สาวหาดใหญ่โดนมิจฉาชีพหลอกเป็นผู้โชคดีสูญเงินไปกว่า 6 แสนบาท

วันที่ 25 ก.พ. 2568 มีผู้เสียหายรายหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยนาม)เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่ หลังโดนมิจฉาชีพ ใช้กลอุบายหลอกให้โอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัล และหลอกให้แอดไลน์เข้ากลุ่ม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆหลายรูปแบบ เช่น กดติดตามร้านค้า หรือ การกดดูโฆษณา โดยขณะนี้รวมแล้ว สูญเงินไปกว่า 6 แสนบาท ผู้เสียหายรายนี้เล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นจากมีสายโทรศัพท์โทรเข้ามาแจ้งว่า เป็นเจ้าหน้าที่จาก SHOPPY หลอกว่า ให้ช่วยรีวิวสินค้า โดยบอกว่า จะส่งสินค้ามาให้ในภายหลัง จากนั้นก็ชวนเข้ากลุ่มไลน์ หลอกให้กดติดตามร้านค้าให้ครบตามจำนวนที่กำหนด  ยอมรับว่าช่วงแรก ทำแล้ว ได้ค่าตอบแทนจริง และเมื่อมิจฉาชีพ หลอกให้เพิ่มระดับการเล่น โดยเหมือนมีกลุ่มหน้าม้า ส่งสลิปการโอนเงิน สร้างความน่าเชื่อถือว่า “เล่นได้แล้วเงินจริง” หรือ “โอนแล้วได้เงินจริง” จึงหลงเชื่อ ตัดสินใจโอนเงินตามที่แจ้ง และเข้าร่วมไลน์กลุ่ม ตามลิ้งที่อยู่ ที่ส่งมา  โดยครั้งนี้ ถูกแยกให้ไปเข้าในไลน์ ของอีกกลุ่ม  ซึ่งมีลักษณะพูดคุยเพื่อจูงใจโดยจะมีแอดมินหรือผู้ดูแลระบบคอยดูแลทุกกระบวนการ รวมไปถึงแนะนำช่องทางการโอนเงินในแต่ละครั้งด้วย

ผู้เสียหายรายนี้ยอมรับว่า เหตุที่หลงเชื่อเนื่องจากมิจฉาชีพกลุ่มนี้เนื่องจากมีการแอบอ้างบริษัทที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียง ประกอบการมีการยื่นเอกสารรับรองความน่าเชื่อถือของแต่ละแห่ง จนทำให้ตนหลงเชื่อ ซึ่งระยะเวลาการเล่นกิจกรรมดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 19-22  ก.พ.ที่ผ่านมา เล่นได้แล้วเงินจริง และการโอนเงินแต่ละครั้ง ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมียอดสูงสุดที่โอนไปคือ 3 แสนบาท โดยมิจฉาชีพอ้างว่า หากโอนเงินไปแล้วจะได้เงินในส่วนที่โอนไปก่อนหน้าคืนทั้งหมด แต่ปรากฏว่ามาจนถึง ณ ขณะนี้ ก็ยังไม่ได้คืน เมื่อผู้เสียหายทักท้วงไปก็อ้างว่าผู้เสียหายแจ้งถอนเงินผิดเวลา รวมทั้งอ้างเหตุผลต่างๆนาๆ ที่บอกว่ายังไม่สามารถโอนเงินให้ได้ จึงเอะใจว่า น่าจะโดนมิจฉาชีพหลอกแน่นอน

หลังจากที่มั่นใจว่า โดนมิจฉาชีพหลอกแน่นอนแล้ว จึงตัดสินใจ แจ้งความออนไลน์ที่สายด่วน 1441 และเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.หาดใหญ่ รวมทั้งส่งหลักฐานต่างๆเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย โดยคาดหวังลึกๆในใจว่า เจ้าหน้าที่จะให้ความช่วยเหลือ และอยากให้กรณีของตน เป็นอุทาหรณ์เตือนไปยังทุกคนให้ระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน มิจฉาชีพมีหลายรูปแบบ และ มักนำเรื่องที่ใกล้ตัว มาเป็นกลลวงหลอกให้หลงเชื่อ ซึ่งอาจจะทำให้ตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพเหล่านี้ได้ และอยากให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อลดจำนวนผู้เสียหาย และทลายกลุ่มมิจฉาชีพให้หมดไปจากสังคมเสียที

จรัส  ชูศรี / จ.สงขลา